วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

อนุทิน 4

KM ย่อมาจาก Knowledge Management
ความหมายของ Knowledge Management
          Stair (2001, 202) กล่าวว่า การบริหารจัดการความรู้ เป็นกระบวนการ รวบรวม จัดการ ความรู้ ความชํานาญไม่ว่าความรู้
นั้นจะอยู่ในคอมพิวเตอร์ ในกระดาษหรือตัวบุคคล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการให้บุคลากรได้รับความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ทําให
้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากเดิม โดยให้เกิดประสบการณ์และความชํานาญเพิ่มขึ้น
          Tiwana (2000, 5) ให้ความหมายการบริหารจัดการความรู้ว่า หมายถึง การจัดการความรู้ในองค์กร สําหรับงานด้านธุรกิจ
           Laudon (2000, 435) กล่าวถึง Knowledge Management ว่า การบริหารจัดการความรู้ในองค์การมีความสําคัญ
เป็นพิเศษในองค์การที่มีลักษณะการบริหารงานแบบแบนราบ และแบบเครือข่าย ซึ่งในการจัดการในระดับต่างๆ จะมีการจัดการ
แยกแยะความจริงในส่วนที่จะสามารถนํามาช่วยสมาชิกในทีม ในการพัฒนางานในหน้าที่ รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูล เพื่อพัฒนางาน
ในส่วนงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันด้วย
            วีรวุธ มาฆะศิรานนท์ (2542, 77-78) กล่าวถึง การบริหารจัดการความรู้ ว่าการบริหารจัดการ ความรู้เป็น กระบวนการ
บริหารรูปแบบใหม่ที่เน้นในด้านการพัฒนากระบวนงานควบคู่ไปกับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้โดยทุกกระบวนงานจะต้อง
สัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นผลมาจากการขยายวง และการประสานความรอบรู้รวมถึงการฉลาดคิดไปตลอดทั่วทั้งองค์กร
อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเท่ากับว่า องค์กรที่มีการบริหารจัดการความรู้นี้อย่างเป็นระบบ ก็จะเกิดเป็นโอกาสอันสําคัญต้อการพัฒนาให้เป็น
องค์กรที่เปี่ยมไปด้วยการทํางานอย่างฉลาดคิดและสร้างสรรค์ในที่สุด ทําให้องค์กรนั้นสามารถเผชิญกับการแข่งขันและการ
เปลี่ยนแปลงในทุกๆ รูปแบบ และสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งมวลได้เป็นอย่างดี
            ศรันย์ ชูเกียรติ (2541, 14) การจัดองค์ความรู้ในองค์กร หมายถึง การจัดการและรักษาระดับในการจัดเก็บองค์ความรู้ใน
องค์กรให้เป็นระบบ เป็นระเบียบ ตลอดจนสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้จริงในทางปฏิบัติ
            สรุป การบริหารจัดการความรู้ คือ ระบบบริหารจัดการความรู้ให้เป็นระเบียบ ครบถ้วน ง่ายต่อการเรียกใช้ จัดเก็บตาม
ความต้องการเก็บรักษาความรู้ให้ควบคู่กับองค์กรตลอดไป โดยนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการ

องค์ประกอบของ Knowledge Management
          1. คน (People) หมายถึง พนักงาน ลูกจ้าง ลูกค้า หรือผู้มีผลกระทบกับองค์กร KM จะรวบรวมว่าใครเชี่ยวชาญในด้านใดบ้าง
ถ้ามีงานใหม่เข้ามาจะมอบหมายให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
           2. สถานที่ (Place) หมายถึง ที่ที่ทุกคนในองค์กรสามารถระดมความคิดร่วมกันได้ อาจอยู่ในรูปของเว็บบอร์ด การประชุม
ทางไกล หรือ โปรแกรมออนไลน์อื่นๆ ก็ได้
           3. ข้อมูล (Thing) หมายถึง ทุกสิ่งที่นำเก็บและให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้โดยง่าย การวิเคราะห์ แยกแยะหมวดหมู่ของข้อมูล
เป็นเรื่องสำคัญ
ประโยชน์ของ Knowledge Management
1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร
2. ป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญา ในกรณีที่บุคลากรเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต
3. เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและความอยู่รอด
4. เป็นการลงทุนในต้นทุนมนุษย์ ในการพัฒนาความสามารถที่จะแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้มาให้กับคนอื่นๆ ในองค์กร และนำความรู้ไปปรับใช้
้กับงานที่ทำอยู่ให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เป็นการ พัฒนาคน และพัฒนาองค์กร
5. ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจและวางแผนดำเนินงานให้รวดเร็ว และดีขึ้น เพราะมีสารสนเทศ หรือแหล่งความรู้เฉพาะที่มี
หลักการ เหตุผลและน่าเชื่อถือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ
6. ผู้บังคับบัญชาสามารถทำงานเชื่อมโยงกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยเพิ่มความกลมเกลียวในหน่วยงาน
7. เมื่อพบข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที
8. แปรรูปความรู้ให้เป็นทุน ซึ่งเป็นการสร้างความท้าทายให้องค์กรผลิตสินค้าและบริการจากความรู้ที่มี เพื่อเพิ่มคุณค่า และรายได้ให้กับองค์กร
9. เพื่อการสร้างสรรค์ และบรรลุเป้าหมายของจินตนาการที่ยิ่งใหญ่
10. เปลี่ยนวัฒนธรรม จาก วัฒนธรรมอำนาจ / แนวดิ่ง สู่ วัฒนธรรมความรู้ / แนวราบ
11. ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น
12. การจัดการความรู้ช่วยให้องค์กรมีความเข้าใจลูกค้า แนวโน้มของการตลาด และการแข่งขันทำให้เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
13. การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการพัฒนาความสามารถขององค์กรในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่
14. การยกระดับผลิตภัณฑ์ การนำการจัดการความรู้มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและบริการ
15. การบริหารลูกค้า การศึกษาความสนใจและความต้องการของลูกค้าจะเป็นการสร้างความพึงพอใจและเพิ่มยอดการขาย และการสร้างรายได้
16. การลงทุนทางทรัพยากรบุคคล การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันการเรียนรู้ร่วมกัน
ที่มา http://social.cru.in.th/local/Km.html
ความรู้เมื่อผ่านวันเวลาอันยาวนานก็อาจจะเลือนหายไป ดังนั้น เราจึงจัดเก็บความรู้นั้นไว้ให้อยู่นานๆ นั้นคือเก็บไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์
แล้วเมือมี ความรู้เยอะๆ เราจึงจำเป็นต้องมีการจัดการ ความรู้นั้นให้เป็นระเบียบ เพื่อง่ายต่อการใช้งาน
ข้อมูล -- ผ่านการประมวลผล เป็นสารสนเทศ --- ความรู้ เข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์ --- ปัญญา เข้าใจหลักการ
ความรู้นั้นมี 2 ประเภท
ความรู้โดยนัย เป้นเรื่องที่เรารู้จากการลงมือทำ ฝึกทักษะ  เช่น การลองซ่อมคอม
ความรู้ชัดแจ้ง คือ ความรู้ที่บันทึกไว้เป็นตัวอีกษร เช่น เว็บไซท์
หัวใจของ KM คือการเผยแพร่ความรู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น